สนิทหรือไม่สนิทดี

Posted on September 8, 2013

0


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อาจารย์คนนึงส่งอีเมลถึงนักเรียนในกลุ่มว่า จะมีปาร์ตี้ที่บ้านอาจารย์
ถ้าให้เปรียบเทียบก็คือ เจ้านายพาลูกน้องในทีมไปเลี้ยงนะ
เพื่อความสะดวกในการเขียน ขอตั้งชื่อสมมติว่า แดน ดีทูบี หรือสั้นๆว่า พี่แดน

เนื่องจากรถเรายังไม่หายสายสะดือ (รก!) เราก็เลยอาศัยติดรถเพื่อนไปบ้านของพี่แดน
ขอตั้งชื่อสมมติเพื่อนคนนี้ ว่าเบิร์ด ธงไชย หรือสั้นๆว่า พี่เบิร์ด

เรากับพี่เบิร์ดไปถึงบ้านพี่แดน ก็แยกย้ายกันไปพบปะสังสรรค์กับคนในกลุ่ม
ระหว่างนั้นเราก็สังเกตพฤติกรรมของทุกๆคนว่าเป็นยังไง โดยเฉพาะพี่แดน เพราะว่าเราอาจจะต้องทำงานอยู่ทีมพี่แดนอีก 5-6 ปีก็ว่าได้

สรุปว่าดีนะ พี่แดนเป็นคนดูแลแขกได้ดี คอยเช็คว่าทุกคนมีอะไรกิน พี่แดนเป็นคนมีครอบครัวดูสนิทกันดี
แล้วพี่แดนก็ทำงานบ้านมีความสนใจด้านอื่นๆนอกจากวิทย์คอม

ใช้ได้ๆ กู้ด กู้ด (เลียนแบบคำพูดเพื่อนคนนึงที่ชอบแรดใช้ไทยคำอังกฤษคำ)

อีกอย่างนึงที่เห็นคือการหัวเราะอย่างเต็มที่ของพี่แดนที่ไม่ค่อยได้เห็นในห้องเรียนเท่าไร
คนที่หัวเราะได้เต็มที่แบบไม่เก็กหล่อถือเป็นสัญญาณที่ดี

สิ่งที่ได้จากปาร์ตี้นี้ก็คือ ได้เห็นด้านความเป็นมนุษย์ของพี่แดนมากขึ้น
นอกจากพี่แกจะเป็นคนที่เก่งมากๆด้านคอมแล้ว เค้ายังเป็นคนที่รู้จักเอาใจใส่คนในทีม รู้จักแสดงความขอบคุณที่ทีมช่วยกันทำงานมาจนถึงตอนนี้

ขากลับเราก็นั่งรถพี่เบิร์ดกลับ ก็เลยคุยกันนิดๆหน่อยๆ
เราบอกพี่เบิร์ดว่า ประทับใจพี่แดนเหมือนกันนะ ได้เห็นอะไรดีๆเยอะเหมือนกัน

พี่เบิร์ดตอบมาค่อนข้างยาว ได้ใจความประมาณว่า
ยังไงเค้าก็เป็นอาจารย์เรา
ขอเตือนนิดนึงว่าอย่าประมาท วันนึงถ้าเราทำงานไม่ได้ตามที่เค้าต้องการ เค้าอาจจะไม่ได้เป็นอย่างนี้ก็ได้
นี่อาจจะเป็นแค่ช่วงฮันนีมูน จริงๆเค้าอาจจะไม่ใช่อย่างนี้ก็ได้
ถ้าเราทิ้งระยะไว้แบบอาจารย์ลูกศิษย์แล้วไม่ใกล้ชิดกว่านี้ วันนึงถึงแม้เค้าเกิดทำลายภาพลักษณ์ที่เรามีต่อเค้าวันนี้ เราก็จะไม่เสียใจ
ฯลฯ ประมาณนั้น

เราก็ตอบไปประมาณว่า เออ จริงด้วยๆ ต้องไม่ประมาทเนอะๆ ฯลฯ
แต่ในใจเราไม่เห็นด้วยนิดหน่อย แต่เราตอบไปอย่างนั้นเพื่อไม่ให้เกิดดราม่า

เราก็เรียนรู้แล้วว่า พี่เบิร์ดมีแนวคิดในการสนิทกับคนต่างกับเรา

ซึ่งไม่มีใครผิดนะ แค่คิดต่างกันเฉยๆ

ยังไงก็ตามเราว่าเอาเรื่องนี้มาเขียนมันน่าสนุกดี

คนเราจะมีวิธีการคิดว่าจะสนิทหรือไม่สนิทกับใครต่างกัน
บางคนมีความคิดหลักๆคือการดูคนให้คอยตั้งการ์ดตลอดเวลา ให้ทิ้งระยะไว้เผื่อวันนึงคนนั้นจะเผยนิสัยที่แท้จริงออกมา
พวกนี้เราคิดว่าเป็นคนมีเหตุมีผลแล้วก็ฉลาด
พวกนี้ถ้าสนิทกับใครได้แสดงว่าคนนั้นดีจริง อาจจะใช้เวลาหน่อย แต่ไม่มีการเจ็บโดนทำร้ายความรู้สึก เมื่อโดนทรยศ

ความคิดเราต่างไปนิดหน่อยวะ
เราว่าการดูคน ตราบใดที่ยังไม่เห็นอะไรที่อันตราย เราควรจะลดการ์ดและพยายามทำความรู้จักกับคนนั้นให้มากขึ้น
ไม่ใช่ถึงขนาดผลีผลามจะสนิทด้วยอย่างรวดเร็ว แค่ไม่ได้มีความคิดระวังตัว พร้อมจะโดนทรยศตลอดเวลา

ทั้งหมดนี้ก็เป็นจากความเชื่อของเราอีกแหละ
ว่า การดำเนินชีวิตที่ดีควรจะมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวและคนที่เรารัก (เขียนไว้ทีนี่)
ขอเพิ่มอีกนิดนึงว่า การพัฒนาความสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ก็ดีนะ เพราะ สุดท้ายเค้าก็กลายเป็นเพื่อนรักเราได้

ก็จริง พอถึงเวลาโดนทรยศแล้ว อาจจะมีการเสียใจมากกว่า
แต่เสียใจก็เป็นรสชาติของชีวิตใช่มะ มันทำให้ความสุขมันอร่อยขึ้น และมันเตือนเราว่าเรายังเป็นคนอยู่ถ้ามีความเสียใจ

สรุปกรูว่าจะไปขอแจมทำงานกับพี่แดนซะหน่อย ไว้ถ้าโดนทรยศจะมาเล่าให้ฟัง จะได้สมน้ำหน้ากัน🙂

Posted in: Uncategorized